สถิติ
เปิดเมื่อ1/01/2017
อัพเดท19/03/2017
ผู้เข้าชม5711
แสดงหน้า9503
บทความ
บทความทั่วไป
มนุษย์แม่ชวนคุย - บนเส้นทางสายนมแม่ และอาหารเสริมวัยก่อนขวบ
"การเลี้ยงลูกแบบฝรั่ง" ที่น่ารักๆ
วิธีแก้...ลูกติดทีวีและสื่อออนไลน์...ในยุคสังคมสมัยใหม่
10 ภัยร้าย...เมื่อลูกน้อยติดทีวีและสื่อออนไลน์
การนอนเปล...จำเป็นหรือไม่?
มาเสริมสร้าง EQ ให้ลูกกันเถอะ
ลูกรัก...กับเครื่องสำอางค์
เคล็ด(ไม่)ลับสอนลูกให้หัดพูดตามวัย
พัฒนาการ
เรื่องฟัน...ของลูกน้อย
ว่าด้วยเรื่อง " ผิวหนัง " อันบอบบางของลูกน้อย
การดูแลสุขภาพของลูกน้อย และการเจ็บป่วยในเด็ก
ขั้นตอนการตรวจสุขภาพก่อนการเตรียมพร้อมจะมีบุตร
การเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์
คุณแม่มือใหม่เริ่มตั้งครรภ์
วางแผนมีน้อง...ต้องใส่ใจ
แรกเกิด-4ขวบ
วิธีฝึกให้ลูกหย่านม
วิธีการฝึกลูกให้เลิกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป
ทำไมกลางคืนลูกนอนดึก
อาหารฝึกเคี้ยวสำหรับเด็กวัย 6 เดือนขึ้นไปจำเป็นหรือไม่...?
เมื่อลูกน้อย "ติดดูด" ควรทำอย่างไร?
หัวแบน หัวทุย ก็คุยกันได้
คุณแม่มือใหม่...กับความสัมพันธ์ครอบครัวหลังคลอด
คุณแม่มือใหม่...กับทางเลือกในการเลี้ยงดูลูกน้อย
การดูแลตนเองภายหลังจากการคลอด
วิธีเลือกซื้อขวดนม เพื่ออนามัยของลูกน้อย
สิ่งที่แม่ทุกคนต้องเป็น และความกังวลต่างๆ
ลูกน้อย...กับของเล่นในช่วงขวบปีแรก
การแพ้อาหาร...กับลูกน้อย
อาหารเพื่อลูกน้อยช่วงครึ่งขวบหลัง ( 6-12 เดือน )
การเลี้ยงดูลูกน้อยช่วงครึ่งขวบหลัง ( 6-12 เดือน )
ขั้นตอนแสนง่ายในการอาบน้ำให้ลูกน้อย
การอาบน้ำให้ลูกน้อยนั้น...สำคัญไฉนหนอ...?
เมื่อลูกน้อยพร้อมที่จะออกผจญภัยในโลกกว้าง
ผ้าอ้อม กับ ลูกน้อย
ข้อควรระวังและปฏิบัติเกี่ยวกับการนอนร่วมกันของคุณแม่และลูกน้อย
การลดอัตราเสี่ยงที่จะเกิดความไม่ปลอดภัย ในขณะเวลานอนหลับ
ลูกน้อย...กับการนอนหลับ
เมื่อลูกน้อยร้องไห้ และการปลอบโยน
อาหารช่วยเพิ่มน้ำนมแม่
การเลี้ยงลูกด้วย " น้ำนมแม่ "
5 ขวบขึ้นไป
ปฎิทิน
October 2017
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
    
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

วิธีฝึกให้ลูกหย่านม

อ่าน 214 | ตอบ 0


เคล็ดลับและวิธีฝึกให้ลูกหย่านม

       
         หลังจากที่คุณแม่ ได้คลอดลูกน้อยออกมานั้น สิ่งที่สามารถโยงใยความรู้สึกห่วงใยและความรัก รวมถึงการปกป้องเขานั้น คือสิ่งที่เรียกว่า ' นมแม่ ' ที่กลั่นจากเลือดของคุณแม่มาเป็นน้ำนมอันบริสุทธิ์ให้กับลูกน้อย ไม่เพียงทำให้ลูกน้อยอิ่มท้
องเท่านั้น แต่ในขณะที่ให้นมนั้น ยังได้มีการส่งต่อถึงความผูกพันธ์ต่างๆ รวมถึงน้ำนมจากอกแม่นั้น ยังสามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อโรคต่างๆที่จะเข้าสู่ลูกน้อยของเราได้ แต่ปัญหาที่ตามมากับคุณแม่ที่ไม่สามารถจะดูแลลูกน้อยได้ตลอด หรือคุณแม่ที่อยากให้ลูกเลิกดูดนมนั้นก็คือ ลูกน้อยไม่สามารถที่จะเลิกดูดนมจากอกคุณแม่ได้ หรือไม่สามารถเปลี่ยนจากนมขวดเป็นนมกล่องได้ และอายุที่ยังไม่ชัดเจนในการให้ลูกเลิกดูดนมจากเต้านั่นเอง โดยสามารถหาอ่านได้จากบทความนี้.

   


        ช่วงอายุที่ควรให้ลูกน้อยเลิกดูดนมจากอกแม่นั้น ควรจะอยู่ในช่วง 6 เดือน-1ขวบปีเต็ม เป็นต้นไป (ตามแต่คุณแม่พิจารณาหรือจากการสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์) ส่วนวิธีการในการเลิกนั้น สามารถทำตามวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำหรือผู้มีประสบการณ์ทำแล้วเกิดผลสำเร็จตามวิธีการและขั้นตอนดังนี้ 
        ในครั้งแรกที่คุณแม่ตัดสินใจให้ลูกเลิกดูดนมจากอกของคุณแม่นั้น สิ่งแรกที่คุณแม่ควรทำคือ ต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งและเชื่อมั่นว่าของคุณแม่เองสามารถทำได้ จากนั้น เมื่อทราบเวลาที่เริ่มปฏิบัติแล้ว ต้องเริ่มจากการให้ลูกดูดนมจากเต้าตามปกติก่อน หลังจากนั้น ในช่วง 3-8 วันแรกคุณแม่ควรปั๊มนมใส่ในขวดสลับกับการดูดนมจากเต้า ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยให้คุณแม่ลดความรู้สึกคัดนมแล้ว ยังทำให้ลูกน้อยคุ้นเคยกับขวดนมได้มากขึ้น และระยะเวลาห่างก็ควรให้มากขึ้นด้วย โดยให้ลูกดูดนมจากขวดมากขึ้นกว่าดูดนมแม่ในช่วงไม่เกิน 8 วันแรก โดยสิ่งที่เป็นองค์ประกอบหลักในการใช้วิธีนี้ก็คือ ขวดนมที่ใช้ควรเป็นขวดนมที่มีสีสันและลักษณะดึงดูดให้ลูกน้อยสามารถมีจินตนาการ หรือสนุกสนานกับการใช้ขวดนม มากกว่าที่จะดูดนมจากเต้าของคุณแม่ และช่วงเวลาที่ลูกน้อยดูดนมจากขวดนั้น คุณแม่ควรหาของเล่นชิ้นเล็กๆหรือหนังสือนิทาน หรือเป็นการนั่งเล่านิทานให้ลูกฟัง เพื่อให้ลูกรู้สึกว่า ในช่วงเวลาที่เขาสามารถดูดนมจากขวดนั้น จะมีสิ่งที่สนุกกว่าการที่ดูดนมจากเต้าของคุณแม่ และเขาจะลืมการดูดนมจากเต้าคุณแม่ไปเองโดยอัตโนมัติ และในขณะที่ลูกน้อยดูดนมจากขวดนมนั้น ควรทำให้ลูกคุ้นเคยเหมือนกับตอนที่ลูกยังดูดนมจากอกคุณแม่เช่นเดิม ตัวอย่างเช่น คุณแม่อาจจะเคยกอดลูก มองตาลูก หอมแก้มลูก หรือคุยกับลูกในช่วงที่ลูกดูดนมจากเต้านั้น ก็ให้ทำวิธีเดียวกันในขณะที่ลูกดูดนมจากขวดนมเช่นกัน โดยให้การสัมผัสและการกอดเป็นสื่อโยงใยถึงลูกปกติ ให้ลูกรู้สึกอบอุ่นเสมอ จะทำให้ลูกคุ้นเคย และหลังจากที่ลูกสามารถไปดูดนมจากขวดได้โดยตรงตลอดเวลานั้น เมื่อถึงช่วงเวลาที่พอเหมาะ คุณแม่ควรเริ่มสลับจากนมแม่โดยตรงมาเป็นนมชง โดยใช้วิธีสังเกตุ หรือดูแล้วว่าลูกสามารถที่จะเริ่มกินนมจากการชงได้คุ้นเคยแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นให้คุณแม่ใช้นมชงตลอดได้เลย แต่ควรดูองค์ประกอบหลักๆว่ามีความจำเป็นแค่ไหน เช่น ไม่ค่อยมีเวลาปั๊มนม หรือต้องทำงานตลอด แต่ควรให้นมแม่นานที่สุดเท่าที่ให้ได้ถึงแม้จะสลับเช่นกัน แต่ในการใช้นมชงแทนนมแม่ นั้นควรดูด้วยว่า ลูกน้อยของเรามีอาการไม่อยากกินนม หรือมีอาการแพ้จากนมบ้างหรือไม่ เพราะในเด็กที่เกิดมาทุกคนนั้นจะไม่เหมือนกัน เด็กบางคนจะแพ้โปรตีนจากนม เด็กบางคนจะแพ้นมวัว ซึ่งการเลือกใช้นมแต่ละประเภทนั้นควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือ พยาบาลที่ให้คำปรึกษาในด้านของการให้น้ำนมแม่ที่อยู่ที่โรงพยาบาลที่คุณแม่คลอด หรือคลินิกผดุงครรภ์ที่สามารถหาได้ หลังจากนั้น เมื่อเปลี่ยนมาเป็นนมชงตลอดเวลาแล้ว ช่วงระหว่างที่ลูกใช้การดื่มนมจากขวดนั้น คุณแม่ควรให้คุณพ่อมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆด้วย ตัวอย่างเช่น ช่วงแรกอาจให้คุณพ่อเป็นคนช่วยชงนมให้ และเมื่อผ่านไปสักพักก็ให้คุณพ่อทั้งชงนมและเป็นคนป้อนนมลูกด้วย หลังจากนั้นเมื่อลูกคุ้นเคยทั้งคุณแม่และคุณพ่อแล้ว ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปที่ลูกจะสามารถคุ้นเคยกับการที่จะเริ่มเลิกดื่มนมจากขวด เมื่อระยะเวลาผ่านไปสักประมาณ 1 ถึง 2 ปี หากดูระยะเวลาแล้วว่าลูกน้อยสมควรที่จะเลิกนมขวดได้แล้ว ก็ใช้วิธีสลับนมขวดกับนมกล่อง จนคุ้นเคยแล้วก็เลิกชงนมและให้ใช้นมกล่องตลอด
 

         
      วิธีทำให้ลูกเลิกดู
ดนมจากขวดนั้น จริงๆแล้วมีหลายวิธี แต่เคล็ดลับวิธีที่แนะนำและได้ผลแบบ100%นั้นก็คือ ในช่วงเวลาก่อนที่จะตัดสินใจให้ลูกเลิกดูดนมจากขวดนั้น เมื่อเวลาไปที่ไหนก็แล้วแต่ คุณแม่ควรชี้ให้ลูกน้อยเห็นว่า เพื่อนๆในวัยเดียวกัน หรือเพื่อนเพื่อนที่ตัวสูงกว่า เขายังดูดนมจากกล่องเลย ไม่เห็นเขาจะดูดนมจากขวด และคุณแม่ควรชี้ให้เห็นว่าเด็กที่ดูดนมจากกล่องนั้น ดูเป็นเด็กที่โตและมีสุขภาพที่แข็งแรงจึงสามารถยกตัวอย่างให้ลูกน้อยดูได้ หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อทำบ่อยๆลูกเราจะเริ่มคุ้นเคยกับประโยคคำพูดเหล่านี้และ จะเริ่มมีความคิดที่จะเลิกดูดนมจากขวดไปเอง แต่หากลูกเราเกิดปัญหาที่ไม่สามารถจะดูดนมจากกล่องได้เอง เพราะยังติดในรสสัมผัสของการดูดนมจากขวดนั้น สิ่งที่คุณแม่ควรทำคือ ต้องไม่ล้างขวดนมทุกขวดเลย เมื่อลูกดูดนมจากขวดเหลือในปริมาณเล็กน้อยที่คาไว้ก้นขวดก็ปล่อยให้นมขวดนั้นวางไว้ในที่สูงและลูกมองเห็นได้ และปล่อยให้ นมในทุกขวดราขึ้น และดูสกปรก เมื่อลูกถามถึงว่าทำไมถึงไม่ให้ดูดนมจากขวด ก็ยกขวดนมที่มีราขึ้นทุกใบนั้นมาให้ลูกดูว่า ตอนนี้ขวดนมของลูกเน่าหมดแล้ว ไม่สามารถที่จะใช้ได้ เพราะขวดนมมันหมดอายุของมัน และถึงเวลาที่ลูกควรจะดูดนมจากกล่องเสียที เมื่อลูกเห็นดังนั้น เด็กทุกคนจะรู้ได้ว่า มันมีความสกปรกและเป็นอันตรายอย่างยิ่งถ้าดูดนมจากขวด ลูกก็จะเริ่มหัดดูดนมจากกล่องที่คุณแม่เตรียมไว้ให้เมื่อรู้สึกหิว และเป็นเรื่องง่ายในการทำให้ลูกเลิกดูดนมจากขวด กลายเป็นดูดนมกล่อง  อาจดูเป็นวิธีที่โหดร้ายเกินไปสำหรับลูกน้อย แต่เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดตั้งแต่ผู้เขียนและแม่คนอื่นๆมากมายมีประสบการณ์มา.



ในรายที่คุณแม่ให้ลูกดื่มนมจาก ' นมชง ' ตั้งแต่กำเนิดนั้น จะเลิกการดูดนมจากขวดไปเป็นจากกล่องได้ง่ายกว่าในรายที่คุณแม่ให้ ' นมแม่ ' ตั้งแต่กำเนิดด้วยตนเอง จึงเป็นเรื่องปกติที่คุณแม่ทั้งหลายที่ให้นมจากเต้า มักจะเป็นกังวลในเรื่องของการดูดนมของลูกจากขวดมากกว่าทั่วไป เพราะเป็นในแง่ของความรู้สึกและสายสัมพันธ์เป็นส่วนใหญ่.
ข้อควรระวัง
          ในวิธีการให้ลูกเลิกดูดนมนี้ ก็เช่นกันกับการกระทำอย่างอื่นคือ ไม่ควรใช้วิธีการให้รางวัลกับลูกน้อยเพื่อเป็นแรงจูงใจ ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกสามารถดูดนมจากขวดได้ หากคุณแม่ให้ของรางวัลลูกนั้น ลูกจะติดการรับรางวัล และเป็นนิสัยที่ไม่ดีไปถึงตอนโตได้ คือถ้าไม่ได้รับรางวัลก็จะไม่ทำตามอย่างนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ดี ควรหลีกเลี่ยงใช้วิธีการให้รางวัลหรือการปลอบใจด้วยรางวัลโดยเด็ดขาด เพื่อเป็นการปลูกฝังนิสัยที่ดีให้กับลูกน้อยต่อไป.



Tag : #วิธีฝึกให้ลูกหย่านม #เลิกดูดนม #วิธีหย่านม #เลิกดูดนม #วิธีทำให้ลูกเลิกขวดนม #เลิกดูดนมจากขวด #วิธีทำลูกหย่านม
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :